บทที่ 4 ความลับในพื้นที่หวงห้าม
"ค่ะ ดาวบอกแม่ว่าได้เลื่อนตำแหน่งและต้องย้ายไปอยู่คอนโดใกล้บริษัทเพื่อความสะดวกในการทำงาน ท่านไม่ได้สงสัยอะไรค่ะ"
"ก็ดี ที่ฉันยอมจ่ายแพงเพราะต้องการความสมบูรณ์แบบทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว หวังว่าคุณจะแสดงให้เห็นว่าเงินห้าล้านที่จ่ายไปมันคุ้มค่า"
"คุณไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ดาวรู้หน้าที่ของตัวเองดี" เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ
"ดี" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็กสีเข้ม หยิบบางอย่างออกมาแล้วโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
แผ่นการ์ดสีดำขลิบทองสะท้อนแสงไฟในห้องทำงาน มันคือคีย์การ์ดเข้าออกเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา พื้นที่หวงห้ามที่ไม่เคยมีพนักงานคนไหนหรือแม้แต่ผู้หญิงคนใดได้ก้าวล่วงเข้าไป
"เอาไปสิ" เสียงทุ้มออกคำสั่ง
อิงดาวเอื้อมมือไปหยิบคีย์การ์ดแผ่นนั้นมาถือไว้ สัมผัสเย็นเฉียบของพลาสติกทำให้เธอตระหนักได้ว่าอิสรภาพของเธอได้ถูกจองจำอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
...
ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเครื่องแป้งดังขึ้นทำลายความเงียบ
อิงดาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อ 'มะนาว' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติแล้วกดรับสาย
"ว่าไงมะนาว"
("ดาว ถึงคอนโดใหม่หรือยัง เป็นไงบ้างวะ หรูไหม") เสียงใสของเพื่อนสนิทดังลอดมาทันทีที่รับสาย
"ถึงแล้ว...กว้างมากเลยล่ะ กว้างจนแอบน่ากลัวนิดๆ"
("เสียงแกดูไม่ค่อยตื่นเต้นเลยนะ เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าเหนื่อยเรื่องแม่")
"นิดหน่อยน่ะมะนาว" เธอมองไปรอบๆ ห้องที่กว้างใหญ่เกินกว่าจะอยู่คนเดียว
("ฉันล่ะอดแปลกใจไม่ได้จริงๆ นะ เจ้านายแกนี่แปลกคน จู่ๆ ก็เลื่อนขั้นให้ แถมจ่ายค่ารักษาแม่ให้ล่วงหน้าเป็นล้านๆ ฉันล่ะระแวงแทนเลย แกต้องไปเซ็นสัญญาแปลกๆ อะไรให้เขาหรือเปล่าเนี่ย")
"ก็...สัญญาจ้างงานปกตินี่แหละมะนาว แค่ต้องสแตนด์บายทำงานให้เขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แลกกับเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นไง"
เธอกำโทรศัพท์แน่นขึ้น พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
("โห งี้ก็แทบไม่ได้พักเลยดิ ดึกป่านนี้แกยังต้องรอรับคำสั่งเขาอีกเหรอ")
"เขาจ่ายมาเยอะ ฉันก็ต้องทำให้คุ้มเงินเขา กฎเขาค่อนข้างเยอะด้วย"
("แต่แกก็เป็นแค่เลขาป่าววะ ไม่ใช่แม่บ้านหรือคนรับใช้สักหน่อย ทำไมต้องไปอยู่คอนโดที่เขาจัดไว้ให้ด้วย...เอ๊ะ หรือว่าตาบอสนั่นคิดจะทำมิดีมิร้ายแก!")
"บ้าเหรอมะนาว ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกน่า" อิงดาวรีบปฏิเสธเสียงหลง แม้ก้อนเนื้อในอกจะเต้นระรัว
"บอสเขาแค่เจ้าระเบียบ ชอบให้งานทุกอย่างเป๊ะ แล้วช่วงนี้งานเขาเยอะมาก เขาเลยอยากให้อยู่ใกล้ๆ จะได้เรียกใช้สะดวก"
("แน่นะ? แกไม่ได้ปิดบังอะไรฉันใช่ไหมดาว ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล แกต้องรีบโทรบอกฉันเลยนะเว้ย ห้ามเก็บไว้คนเดียวเด็ดขาด")
"รู้แล้วน่า แกก็อย่าคิดมากสิ ฉันดูแลตัวเองได้" เธอฝืนยิ้มบางๆ แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็นก็ตาม
("เออๆ งั้นแกไปพักผ่อนเถอะ ฉันแค่โทรมาเช็กดูว่าแกถึงที่พักอย่างปลอดภัยหรือเปล่า พรุ่งนี้ต้องทำงานอีก")
"ขอบใจมากนะมะนาว...ถ้าไม่ได้แก ฉันก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครเหมือนกัน"
("เราเพื่อนกันนี่นา ขาดเหลืออะไรบอกได้ตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะ ฝันดีจ้ะ")
"ฝันดีจ้ะมะนาว"
อิงดาวลดโทรศัพท์ลงและวางมันลงที่เดิม เธอถอนหายใจยาว ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกระจกบานใหญ่ นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเอง
รอยคล้ำใต้ตาและใบหน้าที่ซีดเซียวบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการแบกรับภาระหนักอึ้งมาเนิ่นนาน เธอเอื้อมมือไปสัมผัสกระจกเย็นเฉียบเบาๆ
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะปล่อยลมหายใจสั่นพร่าออกมาอย่างยอมจำนนต่อชะตากรรมของตัวเอง
...
เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้นในเวลาเกือบเที่ยงคืนตรง อิงดาวที่นั่งสแตนด์บายรออยู่บนโซฟาหนังรีบผุดลุกขึ้นยืนทันที
ร่างสูงใหญ่ของเข็มทิศก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับโคโลญจน์ประจำตัวลอยแตะจมูก ใบหน้าคมคายนั้นยังคงเรียบตึงไร้ความรู้สึก
"กลับมาแล้วหรือคะคุณเข็มทิศ" เธอเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับเดินเข้าไปหาเขา
"อืม" ชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ พลางขยับไหล่ไล่ความเมื่อยล้า
อิงดาวยื่นมือออกไปรับเสื้อสูทตัวนอกและกระเป๋าเอกสารจากเขาอย่างรู้หน้าที่ เธอจัดการแขวนเสื้อสูทและวางกระเป๋าลงบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ
ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ เธอรินน้ำเย็นใส่แก้วคริสตัลแล้วนำกลับมาส่งให้ชายหนุ่มที่กำลังทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
"น้ำค่ะ"
เข็มทิศรับแก้วน้ำไปดื่มรวดเดียวจนหมดครึ่งแก้ว นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดมองร่างบอบบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"คุณจัดของเสร็จแล้วใช่ไหม"
"เรียบร้อยแล้วค่ะ ดาวเก็บของใช้ส่วนตัวไว้ในมุมด้านในสุดของตู้ จะได้ไม่เกะกะพื้นที่ของคุณ"
"ดี ฉันไม่ชอบให้มีของแปลกปลอมมาวางเกะกะสายตา" เขาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะกระจก
"แล้วเพื่อนของคุณโทรมาวุ่นวายหรือเปล่า"
"โทรมาค่ะ แต่ดาวบอกไปตามที่คุณสั่งทุกอย่าง"
"ก็ดี หวังว่าคุณจะเก็บความลับเก่งเหมือนที่ทำงานเก่งนะ อิงดาว"
